2009/Feb/25

มีคนบอกว่า Coffee คือ"ขุนนางชั้นสูง"แห่งเครื่องดื่ม
เป็นเครื่องดื่ม"ให้ความสุข"เพราะช่วยกระตุ้นหัวใจและขับปัสสาวะ และชาวฝรั่งเศสใช้ Coffee"ทำอาหาร" นอกเหนือจากทำไอศครีมและเหล้าหวาน(Coffee liqueurs)

ฟินเนีย ฟอกก์ พระเอกในวรรณกรรมเรื่อง "80 วันรอบโลก" คือนักดื่มกาแฟตัวยงรายแรกของโลก
เพราะภารกิจรอบโลกอย่างหนึ่งของเขา คือกินกาแฟทั่วโลกที่เขาไป
ของโลก หลายแห่ง จนมีการบันทึกไว้ในนวนิยายอย่างร้านกาแฟในอัมสเตอร์ดัม

ขณะที่ชาวฮอลแลนด์ เรียกกาแฟว่า"ของดื่มวิเศษ" เมื่อมีการนำกาแฟมาจากเกาะชวาเมื่อศตวรรษที่17 และก่อให้มีการสร้างโรงงานผลิตกาแฟทั่วประเทศ
สูตรกาแฟของชาวดัทช์ คือเติมครีมหนึ่งถ้วย น้ำตาล ตามด้วยน้ำ 1 แก้ว

กรีก กับ ตุรกี รสกาแฟคล้ายๆกัน เป็นกาแฟใส่น้ำเชื่อม แต่เป็นกาแฟหนา ทำโดยเครื่องชงที่เรียกว่า ibrick คือเป็นหม้อต้มเล็กๆมีก้านยาวๆทำด้วยโลหะทองเหลือง
ส่วนชาวอาหรับ ต้องเสิร์ฟกาแฟให้คนชราก่อน ถ้าไม่พอใจ ก็ไม่มีแก้วที่ 2

กาแฟฝรั่งเศส ที่โด่งดังคือ cafe au lait หรือกาแฟใส่นม โดยคนที่ดื่ม นิยมใช้ขนมปังหรือครัวซองที่ปิ้งใหม่ๆจิ้มกิน
ถ้าเป็นชนบท จะเป็นกาแฟดำข้นแล้วตามด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

อิตาลี ..เป็นอีกชาติติดกาแฟมาก
กาแฟ"รสอิตาเลียน" คือ caffe latte จากถ้วยใหญ่ และ caffee late จากถ้วยเล็ก เป็นกาแฟเอสเปรสโซ่คั่วอย่างแรงด้วยวิธีการต้ม โดยการผสมกาแฟ 1/4 เข้ากับนมร้อน 3/4 และจะดื่มหลังอาหารเที่ยงและอาหารเย็น
อีกกาแฟที่โด่งดังของประเทศนี้คือ คาปูชิโน่ ..ที่ตั้งชื่อตาม"สี"ของกาแฟนี้ มาจากเสื้อคลุมพระนิกาย คาปูชิโน่
ถ้าไปที่นั่น ดื่มเอสเปรสโซ่เสพพร้อมน้ำแข็ง อย่าลืมตะโกน Viva Italia ..อิตาลีจงเจริญ

อินเดีย..กินกาแฟกันทั้งวัน ติดมาจากอังกฤษ ที่พัก tea time แต่ที่อินเดียเป็นเวลากาแฟ
แต่คนอินเดียจะกินกาแฟกับสแนกที่ทำจากสมุนไพรและพวกเครื่องเทศ รวมทั้งไม้พวกผัก เช่น ทองหลาง ถั่ว กระถิน
แขกอินเดียกินกาแฟกับถั่ว..ถือเป็นเรื่องปกติครับ

ฟินแลนด์...กินกาแฟมากที่สุดในโลก คือคนละ 5 แก้วต่อวัน แต่มีวิธีต้มต่างจากที่อื่น
คือเรียกว่า Jug method หรือวิธีการ(ต้ม)ด้วยเหยือกเปิดฝาไว้ แต่ว่ากันว่าฝรั่งเศสใช้เมื่อปี 1711
วิธีดื่ม เติมหนังปาหนึ่งชิ้นลงในกาแฟเพื่อช่วยให้สะอาดขึ้น ..แล้วค่อยตักออกเมื่อจะดื่มกาแฟ ..เสิร์ฟพร้อมครีมและน้ำตาล

(ร้านกาแฟในญี่ปุ่น..น่านั่งมาก)

ญี่ปุ่น มีร้านกาแฟมากที่สุดในโลกและอิมพอร์ตกาแฟมากที่สุด
ชาวญี่ปุ่นชอบดื่มกาแฟแล้วกินสับปะรด ซึ่งถือว่าช่วย"ชูกำลัง"
ใครเข้าร้านกาแฟที่นี่ เหมือนเข้าห้องสมุด ...จึง"อย่างง" ถ้าเจอชาวญี่ปุ่นนั่งละเลียดกาแฟขณะอ่านการ์ตูน(ญี่ปุ่น)
ว่ากันว่า กาแฟดีๆมาอยู่ที่นี่หมด เพราะร้านกาแฟสวยๆเดิมที่มีมากในฝรั่งเศส ที่หมดไปจากวิถีวิไล เพราะ"ทีวี"เข้ามาเกี่ยวข้องแทน ทำให้เมื่อเลิกจากงาน ชาวฝรั่งเศสจะรีบกลับบ้าน จึงไม่มีใครลงทุนเปิดร้านกาแฟสวยๆเหมือนวันวาน...

"ร้านกาแฟ"แห่งแรกของโลก เปิดที่ตอนสแตนติโนเปิล(อิสตันบูลปัจจุบัน) เมื่อปี 1554 ที่เวนิส เปิดปี 1647 และที่ลอนดอนปี 1652
ส่วนร้านแรกของปารีสคือร้าน Proscope เปิดเมื่อปี 1672 มี"วอลแตร์"นักเขียนนักคิดชื่อดังเป็นขาประจำ

ส่วนคนเยอรมนี  ถือเป็นดินแดนแห่งเค้ก ...เครื่องดื่มที่เหมาะสม จึงเป็นกาแฟ

คน อเมริกันดื่มมาก เรียก Coffee break คนที่นี่กินเพราะเลือดรักชาติ
เลยเลิกดื่มชาเพื่อลบภาพประเทศแม่(อังกฤษ) จึงมีการนำชาไปทิ้งในทะเล จนกลายเป็นตำนานเรื่อง Boston Tea Party
แต่น่าสนใจว่า สหรัฐอเมริกา ไม่มีร้านกาแฟหรูๆ
"คอกาแฟ" อยากกินกาแฟก็ต้องนั่งกินในร้านฟาสต์ฟู้ด แถมรสชาติก็...งั้นๆ

(เรียบเรียงจาก"พจนานุกรมกาแฟและชา" โดย นพพร สุวรรณพานิช)

Comment

Comment:

Tweet


I don't think that somebody should write essays for you. You can get something if tell someone: " Do my essay ". Obviously you must write essays by your own if you are willing to become become a good writer!
#3 by Buy A Paper (31.184.238.21) At 2012-02-02 08:31,
Your supreme thought about this good post comes parallel with the thesis help. Thus, you can even work for thesis service.
#2 by LEEWatts (91.212.226.136) At 2012-01-09 10:14,
บล๊อกท่านมีสาระมากมาย wink
อ่านไปแล้วก็อายบล๊อกตัวเอง 5555+

ที่เมกา(เช่นที่ชิคาโก้)ร้านกาแฟเยอะนะคะ แต่ส่วนใหญ่เป็นเฟรนชายส์ของประเทศอื่นน่ะ
#1 by dattebayo At 2009-03-13 19:34,